ทำไม PDRN ถึงกลับมาฮิต?
ทำไม PDRN ถึงกลับมาได้รับความนิยม
PDRN (Polydeoxyribonucleotide) สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน (หรือจากพืชในปัจจุบัน) มีโครงสร้างใกล้เคียง DNA มนุษย์ ช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ผิวใหม่จากภายใน.
ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและยับยั้งการสลายตัวของอิลาสติน ทำให้ผิวแน่นกระชับและยืดหยุ่นขึ้น.
เหมาะสำหรับช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า หรือหลังทำเลเซอร์/หัตถการต่างๆ เพื่อลดการอักเสบและเร่งการสมานแผล.
ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างผิว ทำให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น และลดเลือนจุดด่างดำได้.
เป็นส่วนผสมลับที่ใช้กันในคลินิกเกาหลี และกำลังถูกพัฒนาสู่สกินแคร์ที่ใช้ได้ทุกวัน ทำให้คนไทยหันมาสนใจตามกระแส Glass Skin.
มีการพัฒนา PDRN จากพืช (Plant-based) เพื่อเป็นทางเลือกให้คนแพ้อาหารทะเล หรือผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์วีแกน.
แม้มีส่วนผสมจากปลาแซลมอน แต่ด้วยกระบวนการสกัดที่นำโปรตีนออก และการพัฒนาสูตรใหม่ ทำให้ปลอดภัยและใช้ง่ายกว่าสารอื่นๆ เช่น เรตินอล.
🌱✨ THE NEW DNA REVOLUTION
ทำไม “Vegan PDRN” ถึงกลายเป็นส่วนผสมที่วงการสกินแคร์กำลังหลงรัก?
ในโลกของบิวตี้ที่หมุนเร็วทุกวินาที มีส่วนผสมเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่สามารถ “เปลี่ยนเกม” ได้จริง และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจากทั้งคลินิกผิวพรรณและแบรนด์สกินแคร์ระดับโลกก็คือ PDRN สารฟื้นฟูผิวระดับ DNA ที่ถูกใช้ในงานผิวชั้นสูงของเกาหลีมาอย่างยาวนาน แต่สิ่งที่ทำให้ PDRN กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในวันนี้ ไม่ใช่แค่เพราะ “ได้ผลดี” เท่านั้น หากเป็นเพราะ PDRN กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่—ยุคของ Vegan PDRN หรือ PhytoDNA นวัตกรรมที่ดึง “สารตั้งต้นแห่งชีวิต” จากพืช เพื่อมอบพลังการซ่อมแซมผิวแบบล้ำลึก โดยไม่ต้องพึ่งพาสารจากสัตว์อีกต่อไป เป็นการผสานระหว่าง วิทยาศาสตร์ผิว ความงาม และความยั่งยืน อย่างลงตัว
การกลับมาของ PDRN ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างชัดเจน
หนึ่งคือ พลังการฟื้นฟูระดับ DNA ที่เห็นผลจริง: PDRN (Polydeoxyribonucleotide) คือชิ้นส่วนของ DNA ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับ DNA มนุษย์ เมื่อสัมผัสผิว จะช่วยส่งสัญญาณให้เซลล์เริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน พร้อมลดการอักเสบจากต้นเหตุ
สองคือ การดูแลผิวหลังหัตถการที่ปลอดภัยกว่าเดิม: PDRN ถูกใช้ในคลินิกเกาหลีมายาวนานสำหรับการฟื้นผิวหลังเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือผิวที่อ่อนล้า เมื่อถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบสกินแคร์ที่ใช้ได้ทุกวัน จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่อยากกู้ผิวแบบจริงจัง แต่ไม่รุนแรงเหมือนสาร Active บางชนิด
สามคือ เทรนด์ Glass Skin และ K-Beauty ที่ยังแรงต่อเนื่อง: ผิวแน่น อิ่มฟู เรียบเนียน ดูสุขภาพดีจากภายใน ทำให้ PDRN กลับมาเป็น “ingredient ลับ” ที่หลายแบรนด์ต้องมี และเหตุผลสำคัญที่สุด คือการพัฒนา PDRN จากพืช (Plant-based / Vegan PDRN) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่แพ้อาหารทะเล ผู้บริโภคสายวีแกน และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ Clean Beauty และความยั่งยืน
PDRN คือชิ้นส่วนของ DNA ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวในระดับลึก ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่:
- ผิวแข็งแรงขึ้น
- รอยสิวและรอยแผลเป็นค่อย ๆ จางลง
- ความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น
- ริ้วรอยดูตื้นและผิวแน่นขึ้น
- ผิวหลังเลเซอร์ฟื้นตัวได้ไวกว่าเดิม
โดยดั้งเดิม PDRN มักสกัดจากปลาแซลมอน ซึ่งให้ผลลัพธ์ดี แต่ก็มีข้อจำกัดทั้งเรื่องความเสี่ยงแพ้ โปรตีนสัตว์ และประเด็นด้านความยั่งยืน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Vegan PDRN หรือ PhytoDNA
PhytoDNA คือเทคโนโลยีการสกัด DNA จากพืช โดยใช้กระบวนการ Eco-friendly ที่อาศัย Deep Sea Salt ในการแตกผนังเซลล์ ไม่ใช้สารเคมีรุนแรง ทำให้ได้ DNA ที่บริสุทธิ์ โครงสร้างสมบูรณ์ และมีขนาดโมเลกุลเล็ก จุดเด่นของ PhytoDNA คือ DNA จากพืชมีความยืดหยุ่นต่อสภาพแวดล้อมสูง มีผนังเซลล์หลายชั้นที่ช่วยปกป้องโครงสร้าง DNA ได้ดี ทำให้ซึมลงผิวได้ง่าย และเหมาะกับผิวแพ้ง่ายมากเป็นพิเศษ นี่คือเหตุผลที่ Vegan PDRN กลายเป็นส่วนผสมที่แบรนด์สกินแคร์ทั่วโลกกำลังจับตามอง
✨ เปิดตัว 3 ไอเท็ม PhytoDNA ดาวเด่นแห่งปี
🌹 MC-PHYTO DNA Rose
“เคล็ดลับผิวฉ่ำเด้ง ด้วยพลัง DNA จากดอกกุหลาบดามัสก์”
ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ MC-PhytoDNA® Rose ในการฟื้นฟูผิวและลดการอักเสบ
PhytoDNA จากดอกกุหลาบช่วยกู้ผิวที่อ่อนล้าและเต็มไปด้วยความหมองคล้ำให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ผ่านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์:
- ฟื้นฟูผิว & ลดริ้วรอยร่องลึก: สามารถลด MMP-1 (เอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน) ที่ถูกกระตุ้นโดย UVB ได้ถึง 24% (ที่ dose 0.1%) ซึ่งให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับ Retinoic acid (RA)
- ลดการอักเสบ (Anti-Inflammation): ช่วยลด IL-8 ที่เกิดจากรังสี UVB ได้ถึง 25% (ที่ dose 0.1%) ช่วยลดอาการแดงและระคายเคืองของเซลล์ผิว
- ต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง: มีประสิทธิภาพในการลดอนุมูลอิสระ (ROS) ได้ถึง 26% (ที่ dose 1%) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม
- ฟื้นตัวไวหลังทำเลเซอร์: ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรงหลังได้รับความเสียหายจากมลภาวะหรือความร้อน
- ผิวเรียบเนียน & สว่างใส: คืนความยืดหยุ่นให้ผิวดูนุ่มนวลและสว่างกระจ่างใสแบบ Rose Glow
เหมาะกับ: ผิวโทรม ผิวขาดน้ำ ผิวที่ต้องการการดูแลระดับพรีเมียมเพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์และยืดหยุ่น
🍃 MC-PhytoDNA® Centella
“CICA DNA สำหรับผิวบอบบาง—แต่ประสิทธิภาพฟื้นฟูทรงพลังยิ่งกว่าเดิม”
นวัตกรรมดีเอ็นเอ “CICA” เพื่อการกู้ผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ
ใบบัวบกขึ้นชื่อเรื่อง Soothing อยู่แล้ว แต่เมื่อถูกยกระดับในรูปแบบ DNA ทำให้การปลอบประโลมและการสมานผิวชัดเจนยิ่งขึ้น
คุณสมบัติเด่น: ลดการแพ้และการอักเสบเรื้อรัง, ฟื้นฟูผิวหลังสิวและเลเซอร์, ลดเมลานินเทียบ Arbutin, ปกป้องคอลลาเจนเทียบ Retinoic Acid, ลดคัน/ผื่นจากภูมิแพ้ผิวหนัง
เหมาะกับ: ผิวแพ้ง่าย ผิวแดงง่าย ผิวที่ต้องการการฟื้นเร่งด่วน
🌿 MC-PhytoDNA™ ALOV 0.2%
“Aloe DNA จากเกาะเชจู—ตัวช่วยฟื้นผิวหลังแดดที่เห็นผลไวกว่าเดิม”
ดีเอ็นเอ “ว่านหางจระเข้ออร์แกนิก” จากเกาะเชจู พลังแห่งการปลอบประโลมผิวระดับลึก
ดีเอ็นเอจากว่านหางจระเข้ให้พลังปลอบประโลมผิวระดับลึก พร้อมเสริมเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
คุณสมบัติเด่น: ลดผิวไหม้แดดและอาการแสบร้อน, ลด IL-6 จาก UVB, ลดเลือนจุดด่างดำจากแดด, เสริมความยืดหยุ่นของผิว, ช่วยคืนสมดุลความชุ่มชื้น
เหมาะกับ: ผิวแห้งลอก ผิวโดนแดดหนัก ผิวไวต่อแสง
เพราะ PhytoDNA คือส่วนผสมที่ทำให้เกิดการฟื้นฟูผิวแบบ “ไร้รอยต่อ” ระหว่างธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการ ผลลัพธ์จริง, อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย, สาย Vegan ใช้ได้, เทรนด์ Clean beauty, กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน และใช้ร่วมกับสูตรสกินแคร์ได้หลากหลาย และที่สำคัญ—PhytoDNA ทั้ง 3 ชนิดสามารถใช้ร่วมกันได้เพื่อเสริมประสิทธิภาพแบบซินเนอร์จี้ เช่น Rose , Aloe , Centella เป็นต้น



