0
0
ตะกร้าสินค้า
ยังไม่มีสินค้ากลับไปยังหน้าสินค้า

Plant Based Protien คืออะไร?

การเลือกรับประทานอาหารอย่างชาญฉลาดเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพและควบคุมน้ำหนักในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเน้น plant-based protein หรือโปรตีนจากพืช

ผู้คนให้ความสำคัญกับรูปร่างและสุขภาพมากขึ้น เทรนด์การลดน้ำหนักเน้นที่การเลือกรับประทานอาหาร การเลือกหมายถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และส่งผลดีต่อร่างกายมากที่สุด การเลือกชนิดของโปรตีนเป็นส่วนสำคัญ โดย plant-based protein เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ

Plant-based protein คืออะไร
ต้องขอเกริ่นก่อนว่าโปรตีนที่เราบริโภคกันในทุกวันนี้มีอยู่ 2 ประเภท คือ Animal-based protein และ Plant-based protein ซึ่ง Animal-based protein
ก็คือโปรตีนจากสัตว์ที่ได้จาก ไข่ นม เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อปลา ที่เราทานกันอยู่เป็นประจำ และยังรวมถึง Whey protein ที่คนออกกำลังกายชอบรับประทานกันอีกด้วย ส่วน Plant-based protein คือโปรตีนจากพืช เช่น พืชตระกูลถั่ว ข้าวบางชนิด และธัญพืชชนิดต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันก็มีการผลิตโปรตีนทางเลือกซึ่งสกัดมาจากพืชที่ให้โปรตีนสูงออกมาด้วยเช่นกัน โดยความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดของโปรตีนทั้งสองชนิดคือโปรตีนจากพืชจะมีคอเลสเตอรอลและไขมันน้อยกว่าโปรตีนจากสัตว์

กลุ่มคนที่เหมาะกับการรับประทาน Plant-based protein :
• คนที่รับประทานมังสวิรัติ
• ผู้ที่มีอาการ Lactose-intolerance หรือแพ้นม
• คนที่ไม่สามารถรับประทาน Whey Protein หรือโปรตีนจากนมได้

ประโยชน์ด้านสุขภาพ :
• ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือด
• ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
• ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน
• ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

กรดไฮยาลูรอนิก ไฮยาลูรอน HA หรือ โซเดียมไฮยาลูรอเนต

กรดไฮยาลูรอนิก ไฮยาลูรอน HA หรือ โซเดียมไฮยาลูรอเนต ชื่อที่สาวกสกินแคร์น่าจะคุ้นหูคุ้นตากัน แท้จริงแล้วมันต่างกันยังไง ไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้นกันค่ะ
 
🫧 กรดไฮยาลูรอนิก ไฮยาลูรอน HA และโซเดียมไฮยาลูรอเนต เป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เหมาะกับความต้องการของผิวที่แตกต่างกัน การเลือกสารที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการด้านความชุ่มชื้นของผิวและการดูดซึมของผลิตภัณฑ์ 🫧
 
Hyaluronic Acid 🫧
• โมเลกุลใหญ่กว่า Sodium Hyaluronate
• เป็นสารธรรมชาติที่ช่วยหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นในร่างกายมนุษย์ 
• ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการเสื่อมสภาพ ลดการเกิดริ้วรอย ให้ผิวดูอิ่มน้ำ พร้อมสมานแผลได้เร็วขึ้น
 
Sodium Hyaluronate 🫧
• โมเลกุลเล็กกว่า Hyaluronic Acid มาก และสามารถอุ้มน้ำได้ถึง 1000 เท่า! เสถียรกว่าและเสื่อมสภาพได้ช้ากว่า
• ช่วยกักเก็บน้ำเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มฟู พร้อมลดเลือนริ้วรอย
• ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก ให้ผิวแลดูแข็งแรงสุขภาพดี
 
 

วันนี้เคมีคอส มีโซเดียมไฮยาลูรอเนตมาฝากสาวกสกินแคร์ด้วยกันหลากหลายตัวเลยไปดูกัน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Price range: 695.50฿ through 58,850.00฿
ขายแล้ว20ชิ้น
Price range: 749.00฿ through 64,200.00฿
ขายแล้ว11ชิ้น
Price range: 304.95฿ through 19,795.00฿
ขายแล้ว28ชิ้น
Price range: 299.60฿ through 19,260.00฿
ขายแล้ว69ชิ้น
Price range: 294.25฿ through 18,725.00฿
ขายแล้ว41ชิ้น

เรตินอล (Retinol) มีความสำคัญต่อผิวอย่างไร

          ปกติเมื่อเราอายุมากขึ้น ชั้นผิวของเราจะมีการแบ่งตัวช้าลงและการผลัดเซลล์ผิวเกิดช้าลง ปกติการผลัดเซลล์ผิวจะอยู่ที่ประมาณ 28 วัน แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น รอบในการผลัดเซลล์ผิวจะช้าลง บางคนอาจจะไปอยู่ที่ 40-45 วัน อีกทังมลภาวะ ฝุ่น PM2.5 ความเครียดสะสม การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนทำให้เกิดอนุมูลอิสระ จึงทำให้เกิดร่องริ้วรอยร่องลึก อีกทั้งผิวดูหมองคล้ำและไม่สดใส ดูแก่กว่าวัยอันควรในที่สุด โดยมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหลายอย่างเช่น

1. กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่
เรตินอลมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ๆ หลังจากการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสและเรียบเนียนกว่าเดิม

2. ลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี
มีผลต่อการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี ที่เป็นสาเหตุของจุดด่างดำกระฝ้า ที่โดนทำร้ายจากแสงแดดและรังสี UV

3. ต่อต้านอนุมูลอิสระ
เรตินอลมีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดี จึงมีประโยชน์อย่างมากในการต่อต้านการร่วงโรยของวัย

4. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
เมื่ออายุมากขึ้นการผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติก็ลดน้อยลง เรตินอลจะสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชนิดที่ 1 ได้ จึงมีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอย

➡️ การเลือกใช้เรตินอลให้เหมาะกับสภาพผิวเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากผิวแต่ละคนอาจตอบสนองต่างกันไป ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายเข้ามาช่วยเสริมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อผลลัพธ์ผิวสวยอ่อนเยาว์ได้ดียิ่งขึ้น 💖

💫 เรตินอล (Retinol) และ อนุพันธ์วิตามินเอ ที่แนะนำในผลิตภัณฑ์สกินแคร์

💜 VITAMIN A-PALMITATE CARE (1.7 Tocopherol)
อนุพันธ์วิตามินเอ ‘Retinyl Palmitate’ มีความคงตัวสูง ระคายเคืองต่ำ เหมาะกับผู้มีปัญหาผิวแพ้ง่าย

💜 Retinol 50C
Pure Retinol เรตินอลบริสุทธิ์ เข้มข้น~50% ผิวอิ่มฟู เรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

💜 Retinol Primasphere PF
แคปซูลห่อหุ้มเรตินอล เทคโนโลยีช่วยให้ซึมสู่ชั้นผิวลึกขึ้น พร้อมกักเก็บประสิทธิภาพได้ดี ออกฤทธิ์ยาวนาน ลดการระคายเคืองผิว

💜 Fresicle A
ใหม่! Retinyl palmitate ในรูปแบบไมโครบีดส์ ช่วยรักษาประสิทธิภาพของวิตามิน คงความสดใหม่ทุกครั้ง เทคโนโลยี Microfluidic ห่อหุ่มสารออกฤทธิ์ไว้ และแตกตัวเมื่อ Apply ลงบนผิว มอบสัมผัส Watery feel Skin compatibility สูง มีความปลอดภัย ผ่านการทดสอบ Human Skin Patch Test

AHA BHA PHA LHA ช่วยอะไร?

AHA BHA PHA LHA

AHA BHA PHA LHA ช่วยอะไร? ดียังไงตามมาดูกัน

กลุ่ม hydroxy acid เป็น ingredient ที่นิยมมาก เพราะมีประโยชน์ครอบคลุม:
  • ผลัดเซลล์ผิว: กำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว ให้การสร้างผิวใหม่เป็นปกติ (Skin Renewing)
  • ต่อต้านริ้วรอย: กระตุ้นการสร้าง Collagen, GAGs และ Hyaluronic acid
AHA (Alpha Hydroxy Acid)
  • ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ลดการอุดตัน
  • ลดเม็ดสี โดยยับยั้ง tyrosinase enzyme
  • กระตุ้น Collagen ผ่าน cytokine IL-1
ส่วนประกอบ: Glycolic acid 5-15%, Lactic acid, AH-Care G60/L65, GLYPURE 70
เหมาะกับ: ผิวกระจ่างใส ผิวหน้าฟู ลดริ้วรอยเล็กๆ
PHA (Poly Hydroxy Acid)
  • ระคายเคืองน้อยกว่า AHA
  • เป็น Humectant มอบความชุ่มชื้น
  • ช่วยต่อต้านริ้วรอย
ส่วนประกอบ: Gluconolactone
เหมาะกับ: ผิวแพ้ง่าย หรือผู้ที่ระคายเคืองจาก AHA
BHA (Beta Hydroxy Acid)
  • ละลายในต่อมไขมันได้ดี ลดสิวอุดตัน
  • ลดการสร้างไขมันส่วนเกิน
  • ลดการอักเสบ และกระตุ้น Collagen
ส่วนประกอบ: Salicylic acid (2-4%), Beta Hydroxyde ACSD
เหมาะกับ: คนหน้ามัน มีสิวอุดตัน และสิวอักเสบ
LHA (Lipo Hydroxy Acid)
  • ละลายในน้ำมันได้ดีกว่า BHA ลดสิวได้ดีงาม
  • เด่นเรื่อง Anti-aging (Collagen, GAGs, Hya)
  • ระคายเคืองน้อยกว่า BHA
ส่วนประกอบ: Capryloyl salicylic acid
เหมาะกับ: สิวอุดตัน หรือผิวที่แพ้ BHA ง่าย

สินค้าแนะนำ

Price range: 280.88฿ through 93,625.00฿
ขายแล้ว18ชิ้น
Price range: 187.25฿ through 3,878.75฿
ขายแล้ว101ชิ้น

Plant VS Whey Protein ต่างกันอย่างไร?

Plant VS Whey Protein

โปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายต้องการในทุกๆ วัน และในร่างกายประกอบไปด้วยโปรตีนประมาณ 20% โดยเราสามารถเลือกโปรตีนจากธรรมชาติจาก 2 แหล่งใหญ่ ๆ คือ โปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช

วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยและเปรียบเทียบกันระหว่าง Whey Protein VS Plant Protein มีความแตกต่างกันอย่างไร โปรตีนจากพืชให้พลังงานและแคลอรีน้อยกว่าเนื้อสัตว์จริงหรือไม่? และโปรตีนจากสัตว์มีคุณภาพดีกว่าจริงหรือไม่? เรามีคำตอบครับ

🥛 เวย์โปรตีน (Whey Protein) คืออะไร

เวย์โปรตีน คือ โปรตีนที่สกัดได้จากนมวัว เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตเนยแข็ง หลังจากที่แยกคาร์โบไฮเดรตไขมันและโปรตีนเคซีน (Casein Protein) ออก ทำให้ได้โปรตีนบริสุทธิ์ที่มีความเข้มข้น

1. Whey Protein Concentrate

ผ่านกระบวนการแยกน้ำตาลแลคโตสและไขมันออก แล้วทำให้แห้งในรูปแบบผง

  • โปรตีนสูง 70-79%
  • มีไขมันและแลคโตสเล็กน้อย (3-8%)

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก

2. Whey Protein Isolate

นำแบบคอนเซนเทรตมาสกัดเพิ่มเติม เพื่อแยกไขมันและแลคโตสออกให้มากที่สุด

  • โปรตีนบริสุทธิ์สูง 80-90%
  • ไขมันและแลคโตสน้อยมาก (< 1%)

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการคุมน้ำหนัก รูปร่างกระชับ และเน้นความชัดของกล้ามเนื้อ

🌿 Plant-based Protein คืออะไร

โปรตีนจากพืช เช่น พืชตระกูลถั่ว ข้าวบางชนิด และธัญพืชต่าง ๆ มีจุดเด่นคือ มีคอเลสเตอรอลและไขมันน้อยกว่าสัตว์ และมี ไฟเบอร์ ที่หาไม่ได้จากเนื้อสัตว์

  • มี “กรดอะมิโนจำเป็น” ครบถ้วน
  • ไม่มีไขมันอิ่มตัว ไม่มีคอเลสเตอรอล ไม่มีน้ำตาล
  • ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • เหมาะสำหรับผู้ทาน วีแกน มังสวิรัติ หรือผู้เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากสัตว์

ช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือด หัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด


แม้ Plant-based จะมาแรง แต่ไม่ได้หมายความว่าโปรตีนจากสัตว์ไม่ดี เพราะแต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างกัน
“ควรปรับสัดส่วนโปรตีนให้สมดุลตามความต้องการของร่างกายจะดีที่สุด”

สินค้าแนะนำ

Whey Protein

Plant Based Protein

🛍️สินค้า💳แจ้งโอนเงิน📋คำสั่งซื้อ💬ติดต่อ